ความเห็นขัดข้อง1

ข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ว่าด้วยอายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖ กับผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

โดย นายบพิธ สรสิทธิ์ นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลสกลนคร วท.บ. (เทคนิคการแพทย์) นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) เนติบัณฑิตไทย (นบ.ท.) บัณฑิตทางกฎหมายปกครอง (บ.ปค.)

มีน้องๆ หลายคนสอบถามผมว่ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องที่สภาเทคนิคการแพทย์ออกข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ว่าด้วยอายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ในส่วนบทเฉพาะกาล ข้อ ๘ ของข้อบังคับดังกล่าวได้กำหนดว่า “ให้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ประกาศใช้ ให้มีอายุใบอนุญาตต่อไปอีกห้าปี นับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ” 

เพื่อตอบคำถามดังกล่าวผมจึงขอแสดงความเห็นไว้ ณ ที่นี้ดังนี้

ผมเป็นผู้ได้รับใบประกอบโรคศิลปะ แผนปัจจุบัน ในสาขาเทคนิคการแพทย์ใบอนุญาตที่ ๒๒๑๙ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ โดยประธานคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะในฐานะเลขาธิการนายทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ออกให้ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ ออกให้ ณ วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ อันมีผลเป็นการก่อสิทธิแก่ผมในการประกอบโรคศิลปะในสาขาเทคนิคการแพทย์นับตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นต้นมา โดยในใบอนุญาตดังกล่าวมิได้กำหนดวันสิ้นสุดอายุใบอนุญาตอันจะถือเป็นการสงวนสิทธิไว้แต่อย่างใด อีกทั้งในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ ก็มิได้บัญญัติให้ผู้ใดมีอำนาจในการกำหนดวันสิ้นสุดอายุใบอนุญาตที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว 

การที่ผมได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะในสาขาเทคนิคการแพทย์นับตั้งแต่วันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นต้นมา มีผลเป็นการก่อสิทธิแก่ผมในการประกอบวิชาชีพนักเทคนิคการแพทย์ ทั้งในฐานะวิชาชีพอิสระ และข้าราชการในตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ เพราะว่าหากผู้ใดก็ตามแม้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์แล้วก็ตาม แต่ตราบใดที่ผู้นั้นยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาเทคนิคการแพทย์ผู้นั้นก็ไม่อาจประกอบวิชาชีพอิสระในฐานะนักเทคนิคการแพทย์ หรือเข้ารับราชการในตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ได้ ดังนั้นการออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาเทคนิคการแพทย์ให้ผม โดยประธานคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะในฐานะเลขาธิการนายทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ออกให้ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ จึงเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ 

ต่อมาสภาเทคนิคการแพทย์ โดยนายกสภาเทคนิคการแพทย์ และ เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์ ได้ดำเนินการออกข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ว่าด้วยอายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยได้ลงประกาศในราฃกิจจานุเบกษา หน้า ๓๔ เล่ม ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๓๕ ง วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ ซึ่งในบทเฉพาะกาล ข้อ ๘ ของข้อบังคับดังกล่าวได้กำหนดว่า “ให้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ …ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ประกาศใช้ ให้มีอายุใบอนุญาตต่อไปอีกห้าปี นับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ” 

การออกข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ฯ ดังกล่าวมีผลเป็นการระงับสิทธิของผมในอีกห้าปีข้างหน้านับแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖ ผมจึงได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องมาจากการออกข้อบังคับดังกล่าว

มาตรา ๕๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ กำหนดว่าคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายที่เป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้รับคำสั่งทางปกครองอาจถูกเพิกถอนทั้งหมดหรือบางส่วน โดยให้มีผลตั้งแต่ขณะที่เพิกถอน หรือมีผลในอนาคตขณะใดขณะหนึ่งตามที่กำหนดได้เฉพาะเมื่อมีกรณีดังต่อไปนี้ 

(๑) มีกฎหมายกำหนดให้เพิกถอนได้ หรือมีข้อสงวนสิทธิ์ให้เพิกถอนได้ในคำสั่งทางปกครองนั้นเอง 

(๒) คำสั่งทางปกครองนั้นมีข้อกำหนดให้ผู้รับประโยชน์ต้องปฏิบัติ แต่ไม่มีการปฏิบัติภายในเวลาที่กำหนด 

(๓) ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงและพฤติการณ์เช่นนี้ในขณะทำคำสั่งทางปกครองแล้ว เจ้าหน้าที่คงไม่ทำคำสั่งทางปกครองนั้น และหากไม่เพิกถอนจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้ 

(๔) บทกฎหมายเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหากมีบทกฎหมายเช่นนี้ในขณะทำคำสั่งทางปกครองแล้ว เจ้าหน้าที่คงไม่ทำคำสั่งทางปกครองนั้น แต่การเพิกถอนในกรณีนี้ให้กระทำได้เท่าที่ผู้รับประโยชน์ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือยังไม่ได้รับประโยชน์ตามคำสั่งทางปกครองดังกล่าว และหากไม่เพิกถอนจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้ 

(๕) อาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะหรือต่อประชาชนอันจำเป็นต้องป้องกันหรือขจัดเหตุดังกล่าว 

ผมเห็นว่าการออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาเทคนิคการแพทย์ให้ผมโดยประธานคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะในฐานะเลขาธิการนายทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ออกให้ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ จึงเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ 

ดังนั้นเมื่อไม่ปรากฏเหตุที่จะให้เพิกถอนตามมาตรา ๕๓ วรรคสอง (๑)-(๕) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ สภาเทคนิคการแพทย์ จึงไม่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งทางปกครองดังกล่าว ประกอบกับมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติให้บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบกิจการ หรือประกอบอาชีพและการแข่งขันโดยเสรีและเป็นธรรม และวรรคสอง กำหนดว่าการจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคง…

ผมเห็นว่าการออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาเทคนิคการแพทย์ให้ผม โดยประธานคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะในฐานะเลขาธิการนายทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ออกให้ โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ มีผลเป็นการก่อตั้งสิทธิในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์แก่ผม ทำให้ข้าพผมมีสิทธิ ตามกฎหมายที่จะประกอบกิจการหรือประกอบอาชีพทางด้านเทคนิคการแพทย์ อันเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รับรองไว้ในมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง และมาตรา ๒๗ 

อีกทั้งในพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ หรือพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ รวมถึงพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ไม่ปรากฏมีบทบัญญัติมาตราใดที่บัญญัติให้สภาเทคนิคการแพทย์มีอำนาจเพิกถอนสิทธิ หรือคำสั่งทางปกครองดังกล่าวได้ มาตรา ๒๓ (๔) (ฌ) ประกอบ มาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.๒๕๔๗ ก็เป็นเพียงอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปของคณะกรรมการหรือสภาเทคนิคการแพทย์ในการวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การควบคุมกำกับผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ สภาเทคนิคการแพทย์จะอ้างอำนาจหน้าที่ทั่วไปมาจำกัดหรือเพิกถอนสิทธิที่ผมมีอยู่โดยชอบด้วยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ อันเป็นสิทธิที่เกิดและมีอยู่ก่อนมีพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๗ ไม่ได้ 

การออกข้อบังคับโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมีผลเป็นการกระทำทางปกครอง ที่มีศักดิ์ทางกฎหมายเป็นกฎเท่านั้น จะไปเพิกถอนหรือระงับสิทธิที่เกิดจากบทบัญญัติในพระราชบัญญัติโดยตรงซึ่งมีศักดิ์เป็นกฎหมายที่สูงกว่าย่อมไม่ได้ 

การที่สภาเทคนิคการแพทย์ โดยนายกสภาเทคนิคการแพทย์ และ เลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์ ออกข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ว่าด้วยอายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖เฉพาะในส่วนบทเฉพาะกาล ข้อ ๘ ของข้อบังคับดังกล่าวที่กำหนดว่า “ให้ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาเทคนิคการแพทย์ ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ …ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ประกาศใช้ ให้มีอายุใบอนุญาตต่อไปอีกห้าปี นับแต่วันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ” จึงเป็นการออกข้อบังคับฯ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย 

ดังนั้นผมจึงเห็นว่าสภาเทคนิคการแพทย์ ควรแก้ไขข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ว่าด้วยอายุใบอนุญาต และการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยตัดเฉพาะในส่วนบทเฉพาะกาล ข้อ ๘ และข้อ ๙ ออกจากข้อบังคับดังกล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: