ส่วนร่วม พัฒนา ส่วนรวม/ประเทศ

1 เริ่มต้น ที่สำนึก / ทัศนคติ / ศรัทธา

ให้ความเห็น

น่าคิด

image

ให้ความเห็น

สิ่งนำพา พัฒนางานการบริการทางเทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐ

แนวคิดการพัฒนาบริหารจัดการกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐ

แนวคิดการพัฒนาบริหารจัดการกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐ

การพัฒนางานการบริการทางเทคนิคการแพทย์ในโรงพยาบาล ในช่วงก่อน ปี พ.ศ. 2559 ประสบปัญหาเกี่ยวกับ การปริมาณงานการตรวจปริมาณจำนวนมาก ขาดอัตรากำลังและเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ ใช้แบบมาตราฐานจึงใช้วิธีการตรวจวิเคราะห์แบบ Manual หรือที่เรียกว่า Conventional Test ต่อมานโยบายของรัฐ เน้นให้เข้าสู่บริการทางเทคนิคการแพทย์มากขึ้น พร้อมกับการเพิ่มศกย์ภาพการรักษาพยาบาล และควบคุม ป้องกันโรคทั้งโรคป้องกันได้ และโรคเรื้อรัง ทำให้ฝ่ายการรักษาพยาบล(แพทย์, พยาบาล และสาธารณสุข) ส่งสิ่งตรวจจากผู้ป่วย และประชาชน เข้ามารับบริการทางเทคนิคการแพทย์ จำนวนมาก เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

ดังนั้น นักเทคนิคการแพทย์ ต้องพัฒนาการบริหารจัดการ ช่วงแรกจะเป็นนำเทคโนโลยี่มาใช้ ทั้ง เครื่องตรวจอัตโนมัติ  และระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้การบริการได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงการบริการ แต่ทางกลับกัน เครื่องมือที่ใช้อยู่ในรูปแบบของการยืมเครื่องมือมาใช้ ที่ห้องปฏิบัติการ โดยต้องใช้กับวัสดุที่จัดซื้อ ดูและคล้ายกับการเช่าใช้ และไม่รับผิดชอบการซ่อมบำรุง ดูเหมือนว่า ถ้าต้องการให้วัสดุที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ ผู้ขายต้องบริการหลังขายให้เครื่องมือไม่เสียและทำงานได้อย่างปกติ ผลค่าใช้จ่ายทางห้องปฏิบัติการสูงขึ้น อาจจะเกิดจากปริมาณงานมากขึ้น หรือว่า เราซื้อมากกว่า วัสดุอย่างเดียวหรือเปล่า

วันนี้ การบริหารจัดการ จึงมาดูค่าใช้จ่าย ตอนแรกคงมุ่งเป้าไปซื้อราคาวัสดุให้ต่ำลง ต่อไป ควบคุมคลังวัสดุ เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ส่วนบทบาทของนักเทคนิคการแพทย์ ต่อไปต้องเอาระบบคุณภาพใส่ใจให้มาก เพื่อ good laboratory practice ผลให้ผลตรวจมีคุณภาพ และคุ้มค่า เครื่องมือที่ใช้ประเมิน ก็คือ การบริหารต้นทุนการตรวจวิเคราะห์ น่าจะ เป็นทางออกที่เหมาะสม ตอนนี้ เราต้องหาเครื่องการจัดการข้อมูล แบบไม่เพิ่มภาระงาน ให้สมกับนักเทคโนโลยี่ ชั้นยอด

เรามาเริ่มการบริหารจัดการข้อมูลสำหรับงานวัสดุที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาต้นทุนการตรวจวิเคราะห์ จะนำมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารระหว่างห้องปฏิบัติการ ดีกว่า เมื่อเราทราบต้นทุนการตรวจวิเคราะห์ในแต่ละรายการตรวจวิเคราะห์ เสมือนกับ ผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งของภาคอุตสาหกรรม กระบวนการตรวจวิเคราะห์เพื่อให้ผลการตรวจที่ดี ถูกต้อง เสมือนกับ สายการผลิตของภาคอุตสาหกรรม กระบวนการรายงานผลตรวจ เสมือนกับ กระบวนการขนส่งสินค้าไปถึงผู้บริโภค ดังนั้นการเก็บข้อมูล ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า จะคิดต้นทุนแค่ไหนในคราวนี้กำหนดให้ คิดกระบวนการตรวจวิเคราะห์ ไม่คิดกระบวนการรายงานผล เรามาเริ่มเลยนะครับ

  1. รายการตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการให้บริการ
  2. รายการวัสดุวัสดุที่ใช้ทั้งหมด ในห้องปฏิบัติการ
  3. แผนการใช้วัสดุในแต่ละการตรวจวิเคราะห์
  4. แผนการใช้วัสดุในการควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ ทั้ง IQC และ EQC หรือ PT
  5. แผนการบำรุงรักษา เครื่องมือการตรวจวิเคราะห์ (ถ้ามี)

ให้ความเห็น

กลับมา สนุกอีกแล้ว คราวนี้

หลังจาก ละเว้นจาก การประดิษฐคิดค้น ลองทำอะไรที่ชอบไปนาน เนื่องจากไปทำงานพัฒนาองค์กร ในอาชีพหลักเพื่อบริการประชาชน ซึ่งได้พัฒนาไปมากได้ดั่งใจหวัง จนรู้สึกเกินคาด เปลี่ยนการทำการแบบใช้แรงงานเป็นหลัก มาเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ พัฒนาโปรแกรมสารสนเทศในการบริหารจัดการทั้งแบบ Stand Alone และ ระบบ Network ด้วย MS Access ตั้งแต่ 95 จนถึง 2003 และได้ลองใช้ 2010 คงไม่ไหว กลับมาเรียน delphi ใหม่ แต่เป็นรูปแบบ delphi XE7 แต่คงไม่ยากเหมือนคราวแรกที่เริ่มเรียนรู้ นอกจากยังปรับระบบการตรวจวิเคราะห์จากระบบใช้แรงงาน-Manual base มาเป็น Machine base(Automatic) จนเป็น Automation Laboratory System มีระบบส่งสิ่งส่งตรวจผ่านระบบท่อลม จากหอผู้ป่วยมายังห้องปฏิบัติการ เกือบทั้งโรงพยาบาล ระดับโรงพยาบาลศูนย์ เริ่มเปิดฉากพัฒนางานบริการระดับ Molecular Laboratory ก็พวก PCR ต่อไปนี้ คงจะสนุกกับงานวิจัยประเภทนี้ เดิมที่ผ่านมา ทำงานตั้งเตรียมน้ำยาตรวจวิเคราะห์ที่สารเคมีเป็นหลัก เป็นพวกปฏิกิริยาเคมี จากนั้น มาสนุกกับ Antibody antigen ทำเป็น Hemagglutination ELIA ตอนนี้ สนุกกับ Molecular และ Software เป็นชีวิต ที่สนุกมาก และมีความสุข สิ่งที่อยากทำจะได้ลงมือได้เลย….

 

ให้ความเห็น

ความคิดและความรู้

ถ้าเราอยากมีความรู้ความเข้าใจ หลายหลากเรื่อง ต้องรู้จักการฟังที่ดี กล่าวคือ ฟัง จับใจความ จับประเด็น สรุป เป็น ความคิดรวบยอดได้ นับว่าสุดยอด ต้องคำนึงเสนอว่า ความรู้ ไม่เกี่ยวกับ อายุของผู้พูด แต่อยู่กับประสบการณ์

image

ให้ความเห็น

BSL-2 ให้ปฏิบัติแบบ BSL-3

แนวคิดจัดห้องปฎิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ เพื่อจัดเป็นพื้นที่เฉพาะในการตรวจวิเคราะห์จากตัวอย่างที่สงสัยมีเชื้อโรคอัตราย

แนวคิดการจัดห้องปฏิบัติการ BSL 2

แนวคิดการจัดห้องปฏิบัติการ BSL 2

 

ให้ความเห็น

การรับรอง ถ้าสถาบันขาดคุณสมบัติหรือไม่ทำตามระเบียบ หรือหมดอายุแล้วไม่ยื่นขอการรับรองต่อ หรือขอลาออกจากการเป็นสถาบันหลัก)

เล่าเรื่อง cmte : ๘
ขั้นตอนการรับรองสถาบันหลัก และสถาบันสมทบ

ยื่นคำขอสมัครต่อศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง (สถาบันหลักใช้แบบฟอร์ม ศ.น.ทนพ.๐๑ สถาบันสมทบใช้ ศ.น.ทนพ.๐๒) พร้อมค่าธรรมเนียม (สถาบันหลัก ๕๐๐๐ บาท/๕ ปี สถาบันสมทบ ๓๐๐๐ บาท/๕ ปี) และหลักฐานตามที่ระบุไว้ในคำขอ ส่งไปที่ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ ศูนย์ฯ จะนำเสนอให้สภาฯ พิจารณารับรองการเป็นสถาบันหลัก หรือสถาบันสมทบ เพื่อจัดการการศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ แล้วส่งให้ศูนย์ฯ กำหนดรหัสของสถาบันหลัก หรือสถาบันสมทบนั้นๆ แล้วแจ้งผลการพิจารณาให้สถาบันทราบ อายุการรับรอง ๕ ปี เมื่อครบ ๕ ปี สามารถยื่นขอการรับรองต่อได้ (ศูนย์อาจเสนอให้สภาฯเพิกถอน

สถาบันสมทบมีอายุการรับรอง ๕ ปีเช่นเดียวกับสถาบันหลัก แต่จะพ้นสภาพตามสถาบันหลัก คือเมื่อสถาบันหลักถูกเพิกถอนด้วยเหตุที่กล่าวมาแล้ว สถาบันสมทบต้องสมัครเข้าร่วมกับสถาบันหลักอื่นภายใน ๑ ปีนับจากวันที่สภาฯประกาศเพิกถอนสถาบันหลักนั้น โดยถือว่าการดำเนินกิจกรรม cmte ระหว่างนั้นได้รับการรับรอง
สถาบันสมทบอาจถูกเพิกถอนได้เช่นกันเมื่อทำผิดกติกา

กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องที่สถาบันหลัก หรือสถาบันสมทบจัด ตั้งแต่วันที่ใช้ข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖ (๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ สามารถเก็บคะแนนได้ เพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเสียสิทธิ์)

สถาบันหลักและสถาบันสมทบที่ได้รับการรับรองแล้ว ต้องดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรหรือกิจกรรม cmte ไปเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการบริหารจัดการการศึกษาต่อเนื่อง ตามระยะที่ศูนย์การศึกษาศึกษาต่อเนื่องกำหนด

ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้นายกสภาเทคนิคการแพทย์เป็นผู้พิจารณาชี้ขาด (ในการปฏิบัติจริง ระยะเริ่มต้นย่อมมีปัญหาแน่นอน เพราะมีเรื่องที่เริ่มปฏิบัติใหม่จำนวนมาก จึงมีบ้างที่เมื่อจะปฏิบัติพบว่ามีวิธีการที่ดีกว่า เป็นประโยชน์กับสมาชิกมากกว่าจึงอาจปรับไปบ้าง โดยไม่กระทบสาระสำคัญของระเบียบ

ระเบียบนี้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๗ (และคงไม่ใช้ไปตลอดกาล เพราะศูนย์ต้องประเมินการดำเนินการทุกปี จึงมีโอกาสที่จะมีฉบับแก้ไข ปรับปรุงออกมาต่อไป)

ให้ความเห็น

Older Posts »