เชื้อ HIV ที่ระบาดในประเทศไทย เป็นชนิดไหน และเป็นอย่างไร

เชื้อเอชไอวี ทัยป์ 1 ที่ถูกรวบรวมจากทั่วโลกถูกจัดแบ่งด้วยการศึกษาวิเคราะห์การเรียงลำดับเบสของยีนจากเชื้อเอชไอวี โดยวิธี phylogenetic analysis แบ่งเป็นกลุ่ม (group) สับทัยป์ (subtype) สับ-สับทัยป์ (sub-subtype) และซีอาร์เอฟ (CRFs หรือ circulating recombinant forms) โดยมี 3 กลุ่มคือ M (major), N (new หรือ non-M, non-O) และ O (Outgroup) ตามความหลากหลายในการเรียงลำดับเบสของยีนในยีโนมทั้งหมด โดยระหว่างทัยป์กลุ่ม และสับทัยป์ของเชื้อเอชไอวีจะมีค่าต่างกัน คือ 42%, 32% และ 14% ตามลำดับ กลุ่ม M มีสมาชิกในกลุ่มที่ก่อโรคเอดส์ระบาดทั่วโลก ถูกจัดแบ่งตามวิวัฒนาการของ phylogenetic tree ออกเป็น 9 clades หรือ subtypes ตามกิ่งของต้นไม้ของวิวัฒนาการ (phylogenetic tree) แบ่งเป็นสับทัยป์ A-D, F- H, J-K

ซีอาร์เอฟ (CRFs หรือ circulating recombinant forms) หรือ สายพันธุ์ลูกผสม เป็นเชื้อเอชไอวี ทัยป์ 1 ที่มียีโนมประกอบมากกว่า 1 ชนิดของสับทัยป์ โดยไวรัสที่อยู่ในกลุ่ม CRFs เดียวกันจะมีลักษณะยีโนมที่เหมือนกัน รวมถึงจุดรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนของจากแต่ละสับทัยป์มีการให้ชื่อเป็นตัวอักษรชื่อของสับทัยป์ที่ประกอบกันเป็นยีโนม ตามด้วยตัวเลขตามลำดับที่ค้นพบ และถ้ายีโนมนั้นมีส่วนประกอบมากกว่า 2 สับทัยป์ ให้ใส่ ‘cpx’ (complex) แทนตัวเลข CRF ที่มีการพบและรายงานเป็นอันดับแรก คือ CRF01_AE หรือ subtype E ที่พบระบาดมากในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการรายงานต่อมาอีกเป็น CRF02_AG (ประเทศในทวีปแอฟริกา West และ West Central Africa) CRF03_AB (รัสเซีย) CRF04_cpx (ไซปรัส) CRF05_DF (คองโก) เป็นต้น ปัจจุบันมีมากกว่า 30 CRFs

สำหรับประเทศไทย ศูนย์รวบรวมและวิเคราะห์เชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย (NHRBC) ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นศูนย์ความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการสำรวจสายพันธ์เชื้อเอชไอวีจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ประมาณ 200 รายต่อปีในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ถึงปัจจุบัน โดยทำการเก็บเชื้อวิเคราะห์สายพันธุ์จากการศึกษาลักษณะพันธุกรรมกของเชื้อเอชไอวีที่แยก โดยพบว่ามากกว่า 90% ยังคงเป็น CRF01_AE แต่มีการพบสายพันธุ์ลูกผสมของเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยมากขึ้นเป็นลำดับ จากปี พ.ศ.2545 ที่พบเป็นชนิดลูกผสมระหว่าง CRF01_AE และ B และในปี พ.ศ.2547 ได้พบเชื้อสายพันธุ์ลูกผสมชนิด CRF01_AE และ C และปัจจุบันที่พบสายพันธ์ลูกผสม 2 ชนิดใหม่ คือ code210: D/B/02AG และ codeA007: G/01AE ซึ่ง code210 เป็นลูกผสมของสับทัยป์ D, B, CRF02_AG และ codeA007 เป็นลูกผสมของสับทัยป์ G และ CRF01_AE โดยยังไม่มีรายงานมาก่อน โดยเฉพาะส่วนของสับทัยป์ D, CRF02_AG และ G นั้นเป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในแอฟริกาตะวันตก และแอฟริกากลางเป็นหลัก โดยมีข้อมูลด้านระบาดว่าเป็นหญิงไทย กลุ่มเสี่ยงรักต่างเพศ กรุงเทพฯ การพบสายพันธุ์ลูกผสมของเชื้อเอชไอวีในผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีการเก็บแบบสุ่มที่มากขึ้นเป็นลำดับ เป็นข้อมูลที่สอดคล้องกับการรายงานขององค์การอนามัยโลกที่มีการพบสายพันธุ์ลูกผสมมากขึ้นทั่วโลก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเฝ้าระวังและสำรวจสายพันธุ์ของเชื้อเอชไอวีที่ระบาดในประเทศไทย เพื่อการป้องกัน พัฒนาทดสอบวัคซีนเอดส์ ตลอดจนการเลือกใช้ชุดทดสอบตรวจวินิจฉัยและติดตามการติดเชื้อเอชไอวี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: